44.blog.thaissf.org
 
หน้าหลักเว็บแผนพัฒนาจิต
หน้าแรก Blog สมาชิก
ติดต่อ
ทักทาย
ออนไลน์ เกศราภรณ์
มีผู้เยี่ยมชม : 37365 คน

วงเรียนรู้และเรียนรู้ในวง @Fa รุ่นที่ 2 รพ.เทพา จ.สงขลา    วันที่ : 05/11/2009  จำนวนผู้ชม : 1141  

การเปลี่ยนแปลงการพัฒนาจิตจาการทำงาน
การติดตามลงเยี่ยมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาจิตจากการทำงานโรงพยาบาลเทพา
โรงพยาบาลเทพาเป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด30เตียง มีนพ.สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล กระบวนการพัฒนาจิตที่รพ.เทพาใช้ชื่อว่าสุขอย่างไรในการเยี่ยมบ้านโดยเริ่มในกลุ่มสมาชิกชมรมจิตอาสาของโรงพยาบาล (จัดวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาแล้ว2ครั้ง) และจิตอาสาเครือข่ายประกอบไปด้วย อสม. หมู่ที่2 บ้านลำไพล หมู่ที่5 เทพา หมู่ที่9 และ13 บ้านท่าม่วง        
 อำเภอเทพาเป็นชุมชนทึ่มีประกอบไปด้วยชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม สำหรับอาชีพส่วนใหญ่คือการปลูกยางพารา การประมง จาการลงเยี่ยมติดตามการทำงานในครั้งนี้พบว่าความเชื่อทางด้านศาสนาและวัฒนธรรมที่ยังเป็นสังคมแบบชนบทนั้นเป็นสิ่งส่งเสริมอย่างมากในการเปลี่ยนแปลงด้านการพัฒนาจิตในการทำงานโดยเฉพาะในโครงการเยี่ยมบ้านนั้นถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง เดิมนั้นการไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยรพ.เทพาได้เริ่มทำกันมา ประมาณ4-5ปีแต่เมื่อได้นำกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาเป็นเครื่องมือในด้านการพัฒนาจิต เป็นแรงกระตุ้นกลุ่มให้มีการเสริมพลังด้านบวกให้แก่ผู้เข้าร่วมเป็นอย่างดีเป็นการเปิดโอกาสให้แต่ละคนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำความสุขความภาคภูมิใจมาเล่าสู่กันฟัง
รองผู้อำนวยการ รพ.เทพา
ได้เล่าว่า ตอนแรกที่เข้าร่วมโครงการกับมสส.คิดว่าป็นแนวโน้มที่แปลกใหม่ เราไม่ค่อยมีความรู้ทางด้านนี้ ก็สนใจ และตัวอง ทำงานดูแลเรื่องHome health careอยู่ มองว่างานด้านการพัฒนาจิตเป็นงานที่ไม่ธรรมดา เครียดว่าจะทำได้ตามทีมสส.คาดหวังหรือปล่าวแต่เมื่อไปร่วมวงกับมสส.แล้วก็เห็นว่ามีการคัดสรรอย่างตั้งใจมากในการเลือกคนไป..พยายามไปทุกครั้งที่ไม่ติดภารกิจงาน ถ้าไม่ได้ไปก็ให้พี่ๆไป..หมอจุ๋มเล่าต่อว่าเรียนมาด้านเวชศาสตร์ครอบครัวแต่ก็ไม่ได้นำมาใช้ทุกส่วน โดยเฉพาะทางด้านจิต มองย้อนกลับไปว่าถ้านำมาขยายวงเรียนรู้ก็จะได้ประโยชน์ให้กับคนอื่นๆด้วย ..ตอนนี้ก็นำมาปรับใช้ในตัวเองอยู่ ให้เวลาในการรับฟังผู้ป่วยมากขึ้น ได้ทบทวนตัวเองนึกถึงว่าผู้ป่วยก็ต้องการความสนใจในการรับฟังจากแพทย์เหมือนกัน...สำหรับการเริ่มการขยายวงเริ่มในกลุ่มชมรมจิตอาสาของโรงพยาบาลก่อน ในปีหน้านั้นจะเสนอโครงการให้ทำในเจ้าหน้าที่ทุกระดับ คิดว่าเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้บรรยากาศองค์กรดีขึ้นหมอจุ๋มกล่าวพร้อมรอยยิ้มสดใส ก่อนขอตัวไปทำภารกิจหน้าที่แพทย์ต่อ. 
อรุณี  วิรัชต์ (พี่พิศ เจ้าหน้าที่รพ.เทพา ขวัญใจ ชาวบ้าน) FA อีกท่านหนึ่งที่ได้รับการอบรมจาก มสส.
ทุนเดิมของตัวพี่เองมีใจที่อยากให้กับคนอื่นๆอยู่แล้วเพราะชีวิตพี่ผ่านความทุกข์ ยาก มาเยอะ เมื่อมีโอกาสที่จะได้ให้สิ่งดีๆกับคนอื่นก็จะทำ เดิมพี่พิศก็ช่วยสอนชาวบ้านเรื่องแพทย์แผนไทยเช่นการนวด การทำสมุนไพร โดยไม่คิดค่าตอบแทน ..“การวัดผลทางจิตใจนั้นอาจไม่ใช่การวัดที่เป็นรูปแบบแต่มีคุณค่าทางใจก็มีความสุขแล้วพี่พิศกล่าว...ปัญหาในการขยายวงในเจ้าหน้าที่ทั้งหมด มีในเรื่อง ภาระงานประจำของ เจ้าหน้าที่ และ ระดับของกลุ่มเจ้าหน้าที่มีหลายระดับทุกคนก็มีจุดหนึ่งที่วางตนเองไว้ อาจทำให้เกิดการยอมรับได้ไม่เท่ากัน การขยายวงในเจ้าหน้าที่ทั้งหมดอาจยังเป็นปัญหาที่ต้องคิดกลวิธีในด้านการดำเนินการอีกครั้ง....สำหรับสมาชิกชมรมจิตอาสาเยี่ยมบ้านและเครือข่ายในกลุ่ม อสม.นั้นผลตอบรับดีมาก เบิกบานอย่างเห็นได้ชัด การทำกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ส่วนใหญ่ พี่พิศทำหน้าที่ Note taker (เนื่องจากบอกว่าเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง..).ผู้เข้าร่วมกลุ่มทุกคนพูดคุยกันด้วยความสุข,ภาคภูมิใจในการทำงานเยี่ยมบ้าน เสริมกำลังใจกันและกันเป็นอย่างดี..สำหรับการขยายวงการเรียนรู้ในปีหน้าพี่พิศคิดว่าจะทำในกลุ่มคนไข้โรคเรื้อรังเพิ่ม..
 อารีย์   เขมภูสิทธ์  เจ้าหน้าที่รพ.เทพา สมาชิกชมรมจิตอาสาเยี่ยมบ้าน
ปกติชอบไปดูแล พูดคุยกับเพื่อนบ้านอยู่แล้วพี่พิศชวนมาทำงานเยี่ยมบ้าน บอกว่ามีค่าตอบแทนด้วยนะ       20 บาท / ราย..พอไปทำจริงๆ ทำแล้วสบายใจ เห็นการเปลี่ยนแปลงของคนไข้จากนอนอยู่ไม่มีกำลังใจ พอเราไปช่วยดูแล กลับมาดีขึ้นจนเดินได้เวลาเยี่ยมบ้านจะพาลูก ไปด้วย ลูกเห็นก็กลายเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นเหมือนกัน ครอบครัวก็ไม่มีปัญหา เราทำหลังจากเสร็จภาระทางบ้านแล้ว  ”ทำแล้วรู้สึกอิ่มใจ.. เรื่องเงินค่าตอบแทนนี้ลืมไปเลยนะ ”…….เมื่อกระบวนการใหม่ได้เข้ามาใน รพ. คือการมีวงพูดคุย ก็รู้สึกดี มีอะไรก็คุยสู่กันฟัง เห็นใจกันมากขึ้น
ชญานิศร์ เกื้อขะเหร็บ   เจ้าหน้าที่รพ.เทพา สมาชิกชมรมจิตอาสาเยี่ยมบ้าน
ทำงานเยี่ยมบ้านกับพี่พิศมา4ปี เป็นคนในพื้นที่ ที่แรกพี่พิศมาชวนให้ไปเป็นเพื่อนเพราะไม่รู้จักบ้านคนไข้ ...ก่อนนั้นก็เวลามีใครเจ็บป่วยในหมู่บ้านก็ไปเยี่ยมกันอยู่แล้ว..ไปกับแม่ มีคนมาขอคำแนะนำบ่อยๆเพราะเราทำงาน รพ ........ มีความภูมิใจ,สุขใจ ที่เห็นคนที่เราช่วยเหลืออาการดีขึ้น...อุปสรรคทำให้ท้อใจบ้างเป็นคำพูดที่ว่า ทำงานเอาหน้าหรือเปล่า แต่ก็นำมาเป็นแรงเสริมให้ทำงานมากขึ้น สิ่งท้าทายคือการเปลี่ยนคนที่พูดแบบนั้นมาเป็น คนที่ทำงานกับเรา..การทำงานเยี่ยมบ้านทุกครั้งก็จะพาลูกชายไปด้วยทำมา4 ปี ตอนนี้ลูกชายอายุ11ปีชอบการไปเยี่ยม คนสูงอายุมาก บางครั้งจะไปเยี่ยมก่อนเราอีกแล้วก็มาบอกเราว่าเป็นอย่างไร..วันไหนที่ไปเยี่ยมบ้านแล้วกลับเร็ว แม่จะถามว่าไม่สบายหรือเพราะทุกครั้งทีไปต้องกลับมาจนมืดค่ำ”…เป็นคำพูดที่จบลงด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขใจ พี่พิศชวนเข้ากลุ่มก็แปลกใจ แต่พอมาคุยกันก็ได้เห็นการทำงานของคนอื่น เห็นว่ามีประโยชน์ ควรทำต่อไป
ธัญภา ธนาภาอมรศรี   เจ้าหน้าที่รพ.เทพา สมาชิกชมรมจิตอาสาเยี่ยมบ้าน
ถึงเกษียณไปแล้วก็จะทำงานเยี่ยมบ้านอยู่เป็นคำพูดที่ป้าบอก... ตอนนี้ อายุ 59 ปี ป้าทำงานมา 26 ปี อยู่หน้าห้องตรวจ เมื่อก่อนๆนั้นเป็นคนที่ฉุนเฉียวง่าย เวลามีความทุกข์ก็ไปคุยไปถามหลวงตาที่วัด สื่งไหนที่เราทำถูกหลวงตาก็จะบอกว่าดี สิ่งไหนที่เราทำไม่ถูกก็จะนิ่งให้เรารู้เอง มาทำงานจิตอาสาเยี่ยมบ้าน ได้ 1 ปี รู้สึกสบายใจ โล่งใจ จากเป็นคนเครียด เหมือนได้ทุเลาอาการอึดอัด ป้าเองเป็นโรคไตมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้อาการดีไม่มีกำเริบ คิดว่าเป็นอานิสงค์ จากการได้ทำงานจิตอาสาดูแลคนอื่นนั้นเอง....เข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันก็ทำให้ได้เห็นแนวคิดคนอื่น เห็นคุณค่าของเขา เห็นความดีที่ได้ทำ ควรมาคุยกันให้ตลอดจะได้เสริมแรงใจทำงาน
 
                  นถัสกร เชี่ยวชาญ   เจ้าหน้าที่รพ.เทพา สมาชิกชมรมจิตอาสาเยี่ยมบ้าน
ผลของการทำงานจิตอาสาทำให้ชีวิตครอบครัวดีขึ้น”..   ทำงานจิตอาสามาประมาณ2 ปี เป็นจิตอาสาเยี่ยมบ้านเหมือนเป็นการคลายปมในจิตใจของตัวเอง   เป็นครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกัน..ตนเองอยู่กับพ่อ รู้สึกว่าขาดความอบอุ่น ...พ่อป่วยต้องการการดูแล แต่ก็ไม่มีใครมีมาดูแลพ่อมีแต่ตนเองที่ดูแล ...ไม่อยากให้คนอื่นรู้สึกเหมือนตัวเราทำงานจิตอาสาแล้วใจมันเบาๆอิ่มใจในสิ่งที่ทำ...ผลของการทำงานจิตอาสามา2ปีรู้สึกว่าชีวิตครอบครัวดีขึ้น ลูกสาวคนเล็กอายุ 7 ปี  เป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่เกิด ตอนนี้ไปตรวจครั้งล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วหมอบอกว่าอาการดีขึ้นมากอาจไม่ต้องผ่าตัดแล้ว สามีก่อนหน้านั้นเป็นคนที่ชอบดื่มสุรา,เล่นการพนัน ตอนนี้มีงานทำมา1ปีครึ่งแล้วตั้งใจทำงาน ไม่ดื่มไม่เล่นเหมือนเมื่อก่อน ตอนทำจิตอาสาแรกๆมีปัญหากับสามีแต่ไม่เคยเลิกล้มความตั้งใจ ตอนนี้สามีกลับกลายมาเป็นจิตอาสา ด้วยกันแล้ว...การได้เข้ากลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทำให้บอกเล่ากันและกันในสิ่งดีๆ มีปัญหาก็ได้มาช่วยกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์...ตอนนี้พี่สาวก็เป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมาช่วยเรื่องการเยี่ยมบ้าน.คิดว่าถ้าได้ขยายกันไปเรื่อยๆชุมชนที่อยู่ก็จะดีมีคนเอาใจใส่ดูแลกันมากขึ้น...ส่วนการได้มาร่วมมีวงคุยกัน ก็ยิ่งทำให้คนอื่นเห็นการทำงานของเรา เราเห็นของคนอื่น เห็นความตั้งใจร่วมกันที่จะทำความดี ซึ่งทำให้องค์กรพัฒนา
กาญจนา เฒ่าต้นเดิม  เจ้าหน้าที่รพ.เทพา สมาชิกชมรมจิตอาสาเยี่ยมบ้าน
น้องใหม่ของชมรมจิตอาสาเยี่ยมบ้าน มาทำงานเยี่ยมบ้านได้ยังไม่ถึง1 ปี ตอนแรกเป็นจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ก่อน อยากมีส่วนร่วมมากขึ้น ก่อนนี้ทำงานอยู่ OPDทำไปตามหน้าที่ แต่พอได้มาทำจิตอาสาเยี่ยมบ้านรู้สึกว่าต้องช่วยด้วยความจริงใจ เข้าใจ สงสาร เมื่อก่อน คิดว่าคนไข้บางคนเรื่องมาก.. ตอนนี้คิดว่าถ้าไม่ป่วยก็คงไม่มีใครอยากมาเดินเล่นที่รพ.. เวลาไปเยี่ยมรู้สึกว่าคนไข้มีความหวัง ดีใจที่ไม่ถูกทอดทิ้ง ตัวเราเองก็รู้สึกว่าได้รับความไว้วางใจ.... แม่เป็น อสม.เมื่อก่อนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปบ้านนู้นบ้านนี้ พอมาทำเองก็เข้าใจ ตอนนี้ใจเย็นมากขึ้นเข้าใจผู้ป่วยมากขึ้นยิ่งพอนำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง ยิ่งมองเห็นแต่ความสุข มองเห็นความเป็นคุณค่าของคนอื่น เข้าใจคนอื่นมากขึ้น ตนเองก็ดูดีมีคุณค่า
สมชัย สันบู     เจ้าหน้าที่รพ.เทพา ประธานชมรมจิตอาสาดนตรีบำบัด
หนุ่มคนนี้ทำงานด้านจิตอาสามาประมาณ 1 ปี แต่ยังไม่ได้ไปทำด้านเยี่ยมบ้านแต่ที่ได้รู้ได้เห็นเพราะได้ช่วยงานด้านสื่อVDO ของชมรมเยี่ยมบ้านพอได้เห็นก็อยากทำงานด้านเยี่ยมบ้านแต่บางครั้งยังติดภาระงานที่ รพ. วิถีชุมชนของตนเองมีเรื่องการดูแลช่วยเหลือกันอยู่แล้ว ต้องการทำเพื่อช่วยการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของคนไข้ และต้องการเผยแพร่สิ่งดีๆให้คนอื่นเห็นและเป็นตัวอย่าง  จากการได้เข้าร่วมแผนพัฒนาจิตของพี่พิศ รู้สึกได้ถึงความแปลกใหม่ ดูมีคุณค่าและมีความภูมิใจตนเองยิ่งขึ้น
  
ยลโสภา หัสมาน เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล ประจำPCU พระพุทธ ตำบล เทพา
สาวคนนี้มาไกลบึ่งมอเตอร์ไซค์มาจากPCUพระพุทธ ห่างจาก รพ.เทพาประมาณ10 กม.สาวคนนี้ทำงานจิตอาสาเยี่ยมบ้าน มา1 ปี บอกว่าตนเองนั้นเป็นคนที่ขี้สงสาร เห็นครอบครัวคนป่วยที่มีการดูแลที่ไม่ถูกไม่ดีก็อยากช่วย พ่อกับแม่เป็นตัวอย่างที่ดีของตนเองชอบช่วยเหลือคนอื่น เวลาที่เห็นคนป่วย/ญาติดีใจที่ไปเยี่ยมตนเองก็รู้สึกดีใจ..การเป็นจิตอาสาทำให้ได้ดูแลคนอื่นถึงแม้จะไม่ได้เป็นพยาบาล เวลาไปเยี่ยมแล้วเจอปัญหาก็จะ ปรึกษากับพี่ที่ PCUตลอด..เคยมีคนไข้ ที่เคยไปเยี่ยมบ่อยๆจนเข้าระยะสุดท้าย สิ้นใจแล้วตัวเองไปพอดี เป็น case แรกที่เจอเสียชีวิต ญาติก็ให้ความไว้วางใจให้ดูแล...การเปลี่ยนแปลงของตัวเองเมื่อเข้าวงการพัฒนาจิตคือเป็นคนที่มีความเข้มแข็งขึ้นมีกำลังใจมากขึ้นเห็นปัญหาของตนเองเล็กลงแต่จิตใจอ่อนโยนมากขึ้น.... อยากให้จัดแบบนี้ให้ครอบคลุม มองว่ามีประโยชน์มาก หลายๆคนที่เข้าบอกเหมือนกันว่ามีความสุข
 
จิตอาสาเครือข่าย
 ตัวแทน อสม.หมู่2 บ้านลำไพล  (สุณี อุมา,วิภาวี พลูแก้ว,ไหมสุรี เจะสะมะ,พนิดา หลำหวัง)
พี่ๆอสม.ที่มากประสบการณ์ได้มาเล่าถึงความสุขจากการเป็นจิตอาสาเยี่ยมบ้านให้ฟังและยังได้พาผู้ติดตามเยี่ยมลงไปดูพื้นที่ที่ทำงาน ด้วยพาหนะมอเตอร์ไซค์ พากันขับขี่เป็นกลุ่ม แต่ไปสร้างความดีนะไม่ได้ไปก่อกวนเหมือนพวกซิ่งในถนนทั่วไป
สุณี อุมา เล่าว่าก่อนหน้านั้นพี่ชายคนโต เป็นอสม.มาก่อนได้เห็นอุปกรณ์ในการทำงานด้านสาธารณสุขมาตั้งแต่เด็ก ปี50 พี่ชายประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์เป็นอัมพาต ตนเองจึงมาทำงานอสม.แทน จิตอาสาคือ หัวใจเป็นสาธารณะ ,อาสาตลอด พี่สาวให้ความหมายไว้อย่างนี้ ปกติก็ทำอยู่แล้วพราะชุมชนเป็นแบบ ดูแลกันและกันทำแล้วรู้จักผู้คนมากขึ้น มีความไว้วางใจกันมากขึ้นไม่เคยคิดว่างานที่ทำเป็นภาระ เพราะครอบครัวสนับสนุนความสุขที่ได้มาจาการทำงานยังไม่พอ ต้องทำไปตลอด เป็นสิ่งที่ทำแล้วมีผลกลับมาคือเมื่อไรที่เราเจอปัญหาอะไรพระเจ้าก็ทรงประทานพรให้เรา เราก็จะผ่านพ้นปัญหาไปได้  เมื่อทาง รพ.ได้ชักชวนให้ร่วมพูดคุยกันในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ความเป็นมิตร ก้ไม่ทราบนี่คืออะไรเพราะเป็นชาวบ้าน แต่ความรู้สึกดีมาก อยากกลับมาพูดคุยกันอีก
พนิดา หลำหวัง เป็นอสม.มานานมากตอนนี้ออกแล้วเปิดให้คนอื่นได้ทำงานอสม.บ้าง แต่ยังทำงานเป็นจิตอาสาเยี่ยมบ้านอยู่  พ่อแม่เป็นต้นแบบพ่อเป็นตำรวจแม่เป็นแม่บ้านมีลูก13 คน  ชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่แล้ว ตอนนี้ในครอบครัวตนเองก็เป็นกำลังใจในการทำงาน จิตอาสาเป็นการทำอะไรด้วยความเต็มใจ จะทำต่อไปจนชีวิตจะหาไม่สิ่งที่ได้คือความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า รางวัลต่างๆเป็นเพียงภายนอก  แต่เมื่อเข้าร่วมวงเรียนรู้ทำให้ยิ่งเห็นคุณค่าตนเองมากขึ้น
วิภาวี พลูแก้ว , ไหมสุรี เจะสะมะ เวลาที่เราทำงานเยี่ยมบ้าน จะเป็นตอนบ่ายๆ เพราะตอนตี1-2เราต้องไปกรีดยางกันเสร็จก็ประมาณรุ่งเช้าวันไหนที่เราจะออกเยี่ยมบ้านก็จะนัดกันก่อนประมาณ 9โมงเช้า เพื่อพูดคุยกันว่าใครจะไปเยี่ยมรายใดบ้างมีปัญหาอะไร ช่วยกันแล้วพอ บ่ายๆเราก็จะพากันขับมอเตอร์ไซค์ไปเยี่ยม พูดคุย วัดความดัน เมื่อมีปัญหาอะไรก็จะประสานบอกให้พี่ พิศ  เมื่อได้มาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันมากขึ้น ทำให้มองเห็นว่าตนเองก็มีประโยชน์นะ รู้สึกภูมิใจ อยากให้ทาง รพ.จัดให้พบกัน คุยกันบ่อยๆ
การทำหน้าที่ของFacilitator ที่ได้รับการฝึกจากมสส.สามารถทำหน้าที่ได้ดีมีการนำกระบวนการและสัมพันธภาพที่ดี จากการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมกระบวนการบรรยากาศเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยความที่เป็นคนที่คุ้นเคยกันและให้ความเชื่อถือกันอยู่แล้ว สิ่งที FAจะต้องเพิ่มเติมในวงการเรียนรู้ครั้งต่อไปคือการนำและทำให้ผู้มีส่วนรวมในโครงการทั้งหมดนำลงสู่การปฏิบัติจริงได้ มากกว่าเดิมโดยเฉพาะในสมาชิกชมรมกลุ่มจิตอาสาเยี่ยมบ้าน ส่วนการขยายวงการเรียนรู้ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ทั้งหมดของรพ.เทพา.อาจต้องหาแนวทางที่เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป
 
 
แสดงความคิดเห็น :


คุณไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้
เนื่องจาก "คุณยังไม่เป็นสมาชิก"
register

 

ѺҴѡ лѺ Ҫԡ Fix ѡ
สถิติ
กระทู้: 0
บทความ : 9
Blog : 25
 
เพื่อน

ออฟไลน์ สุวิภา

ออนไลน์ ปวีณา

ออนไลน์ พจมาลย์

ออนไลน์ สุภาโชค

ออนไลน์ อิสรีย์

ออนไลน์ พลอยรุพีย์

ออนไลน์ YD

ออฟไลน์ พิมประพรรณ

ออฟไลน์ poy

ออนไลน์ นู๋มณ

ออฟไลน์ หลินปิง



© 2009 Thaissf.org